Sarinna 的个人资料Kee-Kra-TooK照片日志列表更多 工具 帮助

日志


8月17日

ความซวยที่ไม่มีที่สิ้นสุด

หันมาดู spacesตัวเองในวันนี้ มันจะรู้รึป่าวนะ
ว่าตอนนี้เจ้าของมันเจอเรื่องราวต่างๆ มากมาย จนอัพ Blog ไม่ทัน
1 ปีที่ผ่านมา ฉันไม่ค่อยจะได้อัพเลย ไม่ช่ายว่าไม่มีเรื่องจะเขียนนะ
แต่มันมีเรื่องมากมาย จนฉันไม่รู้จะเขียนเล่าได้อย่างไรดี
มีเรื่องเศร้าต่างๆผ่านเข้ามาในชีวิตมากมาย นับวันมันก็เหมือนปูทาง
เพื่อที่ฉันจะได้เตรียมใจไปเจอเรื่องที่ร้ายแรงกว่านั้น
ตอนแรกตั้งใจไว้ว่า สักวันเดี๋ยวจะมาอัพเหตุการณ์ที่ทำงานนรกของฉัน
ที่อายเจ้านายแอ๊พแมนสุดนรกที่นามว่า อายเชี่ยกู้แห่ง MM(ชื่อย่อ)
โรงเรียนกวดวิชาชื่อเสียงงั้นๆในหาดใหญ่กะ แม่มันอายแก่นรกปากเสีย
ที่ฉันอยากสาปแช่งให้มันตายวันตายพรุ่งเหลือเกิน
ด้วยความที่ฉันคงหัวรุนแรงเกินไป ดื้อ ไม่ยอมคน ชอบเถียง ฉันจึงมีเรื่องราวบาดหมาง
กันบ่อยเหลือเกินกับเจ้านายเชี่ยๆ ตัวนั้น กับ แม่เชี่ยๆ ของมันที่นามว่า นางเสาวลักษณ์
ที่สั่งสอนกันมาให้เชี่ยตามกันและยังมีประชาสัมพันธ์ตอแหล เอาหน้า
ด้วยเพราะไม่มีปัญญาจะไปไหน จากวุฒิปวช.การมาทำงานที่นี่ของมันจึงเต็มไปด้วย
เกียรติยศสรรเสริญยิ่งนัก เพราะได้ทั้งเงินเดือนที่หมื่นกว่ามากกว่าวุฒิของมันเท่านึง
แถมไม่ต้องใช้ความสามารถอะไรมากมาย แค่ความสามารถในการตอแหล
ได้ถ้วยรางวัลอันดับหนึ่งของมัน มันก็ได้ความไว้วางใจและการเอาอกเอาใจสารพัด
ประดุจว่าคลานตามออกมาจากคอกเชี่ยๆของนางเสาวลักษณ์
ทุกวันที่ฉันทำงานที่นั่น ถ้าไม่นับวันที่ฉันได้สอนพิเศษเพียงอย่างเดียว
คือวันเสาร์-อาทิตย์ ไม่เคยมีวันใดที่ช้านมีความสุข รายละเอียดไม่ขอเล่า
เพราะมันมีเรื่องทุกวัน คนที่อยู่ใกล้ตัวฉันคงได้รับฟังเรื่องราวมามากพอแล้ว 
จนกระทั่งประมาณปลายเดือนมีนาคม ฉันถูกขอให้ลาออก ด้วยความโง่บัดซบของฉัน
ฉันจีงยอมเซ็นต์ใบลาออกอย่างง่ายดาย ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ฉันเสียดายครั้งที่1
มันให้ฉันออกจากเหตุผลที่น่าฟังมากๆ คือ ฉันเล่นเนตในเวลางาน
(หลักฐานคือการเช็คไฟล์ Cookie)ฉันเอาความเชี่ยของมันไปนินทา
ฉันไม่ขยันเหมือนเพื่อนร่วมงานอีกคนที่เพิ่งมาทำงานไม่นาน
แค่เอามาช่วยงานชั่วคราวจึงมีไฟแรงสูง
ต่างกับฉันที่มันเจอแต่เรื่องเชี่ยๆมาตลอด1ปี จนไฟมอด
มันผิดที่ช้านเลิกงานตรงเวลา ไม่เลิกดึกจนเกินหน้าที่เหมือนเพื่อนคนนั้น
ฉันผิดที่ฉันไม่ยิ้มแย้ม ช่างพูดคุย ไม่เถียง ยอมคนง่ายๆ เหมือนเพื่อนคนนั้น
ที่ยอมให้เกย์เชี่ยๆ แบบมันเอาเปรียบ ตอนนั้นฉันเสียใจมาก ร้องไห้อยู่หลายวัน
สูญเสียความมั่นใจในตนเอง คิดว่าตัวเองเป็นคนไม่เอาไหน ไม่เอาถ่านเสียมากๆ
เค้าจึงอยากให้ฉันออกนัก ที่จริงเค้าไม่จำเป็นต้องให้ฉันออกเลย
เพราะอีกไม่กี่วันฉันกำลังจะลาออกอยู่แล้ว
ซึ่งมันคงรับรู้ได้เช่นกันว่าฉันจะลาออก มันจึงหาคนทำงานแทน
ฉันเรียบร้อย มันจึงไม่เดือดร้อนอะไรแล้ว หลังจากออกจากที่นั่นมาไม่ใช่ว่าเรื่องจะจบง่ายๆ นะ
แต่มันแค้นเหลือเกิน ถ้าฉันเขียนไปคงเป็นการตอกย้ำความแค้นของฉันมากไปกว่านี้
หลังจากนั้นเพียงสัปดาห์นึง ฉันก็ได้ข่าวว่าฉันผ่านการคัดเลือกเข้าเป็นพนักงานธนาคารกรุงไทย
ในตำแหน่ง Management Trainee ซึ่งนับเป็นข่าวดีที่สุดสำหรับรอบปีนี้ ที่ผ่านมา
ทำให้ฉันต้องขึ้นลงกรุงเทพ-หาดใหญ่บ่อยมาก จนเงินสะสมฉันหมดไป บางคนอาจสงสัย
ว่าทำไมฉันถึงขึ้นลงบ่อยขนาดนั้น ภายใน 3 เดือน ฉันขึ้นลงกรุงเทพ-หาดใหญ่ ไป 5-6 เที่ยว
จะทำอย่างไรได้ ทางเลือกของฉันมันไม่มากนัก ฉันทุกข์ทรมานด้วยความเป็นห่วงทางบ้าน
ป๊าป่วยหนัก และทรุดลงอย่างรวดเร็วจากโรคมะเร็งปอด จนตอนนั้นช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
ภาระจึงหนักไปอยู่ที่ม๊า ที่ต้องดูแลงานบ้าน ค้าขาย
และแบกร่างที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ของป๊าในการทำธุระส่วนตัวต่างๆ
ฉันเองก็งี่เง่า ไร้ความสามารถ ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้เลย
มัวแต่คิดว่าป๊าไม่ได้เป็นอะไรมาก
ยังร่อนเร่อยู่ในกรุงเทพตั้งหลายวันไม่รีบกลับไปดูแลป๊า
(และมันคือตราบาปในจิตใจของฉันจนทุกวันนี้)
แม้ตอนนั้นฉันจะเสียใจทุกข์ทรมานมากเพียงใด
แต่ตอนนี้มันก็คงเป็นเรื่องขี้ประติ๋วสำหรับชีวิตฉัน
เพราะ ตอนนี้ฉันเจอเรื่องที่มันเศร้ากว่านั้น มากมายหลายเท่านัก
วันที่ 24 มิถุนายน 2550 วันที่ฉันคงไม่มีวันลืมเลือนตลอดชีวิตนี้
วันที่ฉันสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักยิ่งของฉัน นั่นก็คือ ป๊าของฉันนั่นเอง
ป๊าจากไปอย่างสงบด้วยโรคมะเร็งที่มันลุกลามไปส่วนต่างๆของร่างกายอย่างรวดเร็ว
จากปอดไปสู่กระดูก ไปสมอง ไปไต รวมระยะเวลาตั้งแต่รู้ตัวว่าเป็นโรค ก็ 7 เดือน
แม้หลังๆฉันพยายามทำใจล่วงหน้าเสมอมา แต่พอเอาเข้าจริงๆ
ฉันก็ยังไม่อาจรับความจริงได้เลยว่าฉันจะไม่ได้พบเจอป๊าของฉันอีกต่อไปแล้วจริงๆ
บางครั้งก็ยังคิดหลอกตัวเองว่า ป๊าไม่ได้ไปไหนเดี๋ยวป๊าก็กลับมา
ทั้งที่ในใจลึกๆมันก็ค้านกับความคิดเสมอว่า มันไม่มีวันนั้นอีกต่อไปแล้วว...
ทุกวันนี้ฉันยังคงเห็นรูปถ่ายป๊า รูปถ่ายที่ฉันคัดเลือกเองเพื่อนำไปขยายเป็นรูปใหญ่
วางไว้ในงานศพของป๊า ซึ่งก็คือรูปถ่ายในวันงานรับปริญญาของฉัน
รูปที่ป๊ายืนอยู่ข้างๆฉันหน้าลานพระบิดา ก่อนหน้าวันที่ป๊าจะรู้ตัวว่าตัวเองเป็นมะเร็งได้ 2เดือน
ก่อนวันที่ป๊าจะเสียไป ประมาณ 9 เดือนในรูปป๊ายังคงดูหนุ่ม ยังสดใส แข็งแรงดี
ตอนนี้รูปถ่ายนั้นถูกวางไว้ที่โต๊ะบูชา ให้ฉันได้เห็นหน้าผู้ชายที่เท่ห์และหน้าตาดีที่สุดในสายตาฉัน
มันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าป๊ายังอยู่กับฉันไม่จากไปไหน ไม่ว่าไปที่ไหน
ไม่ว่าจะทำอะไร ฉันก็มักนึกถึงภาพเหตุการณ์ต่างๆ ที่มันเกี่ยวข้องกับป๊า ป๊าชอบดูหนังจีนกำลังภายใน
แม้ฉันจะไม่ค่อยดู ฉันคงต้องดูตามป๊าไป ตอนนี้ไม่มีป๊าจึงไม่ค่อยได้ดูหนังจีนกำลังภายในอีกเลย
ป๊าชอบปั่นจักรยานไปทั่วเมืองหาดใหญ่ เพราะขี่มอเตอร์ไซต์ไม่เป็น ป๊าเป็นคนเฮฮาชอบเล่นชอบแหย่
กับคนรอบข้าง ป๊าเป็นคนขยันไม่อยู่นิ่ง ป๊าไม่ค่อยบ่น ไม่ค่อยด่า ใจดีกับเราเสมอแม้ว่าฉันจะหนีเที่ยว
ฉันจึงไม่ค่อยกลัวป๊าเลยตั้งแต่เด็ก ป๊าเป็นคนแข็งแรง ตั้งแต่เกิดมาฉันยังไม่เคยเห็นป๊าไม่สบายเลย
เพิ่งมาเห็นก็ตอนป๊าเป็นมะเร็ง ป๊าเป็นคนอดทนแม้จะป่วยหนักในวาระสุดท้ายของชีวิต
ป๊าก็ไม่เคยบ่น ไม่หงุดหงิด ไม่พาลใส่คนรอบข้าง จึงดูไม่เหมือนคนป่วยหนักเลยสักนิด
 แถมยังขอโทษแม่ของเราที่ป๊าทำให้ต้องลำบากมาดูแล
ทุกวันนี้ฉันก็ยังคงเศร้าอยู่ ขณะที่กำลังเขียนอยู่น้ำตาฉันก็พาลจะไหลให้ได้ 
  2 เดือนแล้ว ที่ป๊าหนีไปอยู่กับพี่สาวของฉัน หวังว่าคงสุขสบายดีนะ
ฉันเชื่อว่าป๊ายังคงมองฉันอย่างเป็นห่วงอยู่ และจะเป็นกำลังใจให้ฉันตลอดไป
สักวันนึงเราคงจะได้พบกัน อีกไม่กี่สิบปีก็ต้องถึงคิวของฉันที่จะตามไปเจอ
.....ณ ดินแดนสักแห่งในภพนี้
 
ปล. แม้แต่ในช่วงงานศพป๊า สัตว์เดรัชฉานที่ชื่อนางเสาวลักษณ์ ยังคงพูดจาทำร้ายจิตใจอย่างรุนแรง
หลังจากที่มันทราบข่าวการเสียชีวิตของป๊าจากพี่ร่วมงานที่เก่าที่ฉันสนิทด้วย มันหาว่าฉันบอกข่าวเนื่องจาก
ฉันอยากได้เงินทำบุญสวะ 100 บาท จากมัน ซึ่งเงินที่ได้รับมาจากมัน แทบจะทำอะไรไม่ได้เลย
แถมยังนินทาไม่เลิกลับหลังฉันอีกซึ่งฉันคิดว่าฉันจบไปนานแล้ว ไม่ได้ข้องเกี่ยวกันอีกจะหาเรื่องกันทำไม
ซึ่งพี่ที่นำมาเล่าไม่ได้เล่าต่อเนื่องจากเห็นฉันเศร้ามากพอแล้ว
ดังนั้นฉันจึงฝากประชาสัมพันธ์ต่อด้วยว่า ถ้าคุณไม่อยากโรคจิต ประสาทเสียกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง
คุณอย่าเอาชีวิตไปข้องเกี่ยวกับที่ทำงานบัดซบอย่าง MM เด็ดขาด
ใครมีลูกมีหลานมีน้อง ก็อย่าให้ไปเรียนเลยโรงเรียนเฮงซวยแบบนั้น ครูดีๆ ตอนนี้ลาออกหมดแล้ว
เหลือครูคุณภาพด้อยๆ ที่ไม่มีาทางไป เท่านั้น เพราะชื่อเสียงเชี่ยๆ ของมันกระฉ่อน ตอนนี้ที่โรงเรียนกวดวิชา
มันยังอยู่ได้ก็เนื่องจากบุญเก่า ชื่อเสียงเก่าที่ครูดีๆ เคยทำเอาไว้ ถ้าไม่อยากเสียเงินแพงๆโดยเปล่าประโยชน์
ก็อย่าให้ไปเรียนเลย สาธุ